โรคหัวใจขาดเลือดเกิดจากการที่หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจตีบหรือตัน
ทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ไม่เพียงพอ
สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการสะสมของไขมันและคอเลสเตอรอลที่ผนังหลอดเลือด
เกิดเป็นคราบแข็งที่เรียกว่า “พลาค” (Plaque) ซึ่งเมื่อพลาคมีขนาดใหญ่ขึ้น
จะทำให้รูหลอดเลือดแคบลง ส่งผลให้เลือดไหลผ่านได้น้อยลง
ระยะของโรคและความรุนแรง
ระยะเริ่มต้น: หลอดเลือดเริ่มตีบแต่ยังไม่มีอาการ ออกแรงแล้วรู้สึกเจ็บที่หน้าอกด้านซ้าย
คล้ายถูกบีบแรงๆ อาจมีอาการปวดร้าวลงไปถึงขากรรไกร กราม หรือไหล่ เป็นเวลา 5-10 นาที แล้วจะค่อยๆดีขึ้น
ระยะกลาง: มีอาการเจ็บหน้าอกเมื่อออกแรงหรือเครียด มีอาการเจ็บหน้าอกนาน 10-20 นาที แม้ไม่ได้ทำกิจกรรมใดๆ
ระยะรุนแรง: เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน เป็นระดับที่มีอาการรุนแรงที่สุด
สามารถเกิดได้แบบฉับพลัน เจ็บแน่นหรือปวดร้าวที่หน้าอกนาน 30 นาทีขึ้นไป ร่วมกับการวิงเวียนศีรษะ เหงื่อออกเยอะ ใจสั่น คลื่นไส้
ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายต่อชีวิต
ปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจขาดเลือด
ในยุคปัจจุบัน
วิถีชีวิตและพฤติกรรมของคนเราเปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งการทำงานที่เร่งรีบ
การรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม และการขาดการออกกำลังกาย
สิ่งเหล่านี้ล้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด
ปัจจัยเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้
อายุที่เพิ่มขึ้น: ยิ่งอายุมากขึ้น ความเสี่ยงยิ่งสูงขึ้น
เพศ: ผู้ชายมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้หญิงในวัยก่อนหมดประจำเดือน
พันธุกรรม: หากมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจขาดเลือดจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
เชื้อชาติ: บางเชื้อชาติมีความเสี่ยงสูงกว่าเชื้อชาติอื่น
ปัจจัยเสี่ยงที่ควบคุมได้
การสูบบุหรี่
ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน โรคอ้วน ขาดการออกกำลังกาย ความเครียด
การรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม
อาการทั่วไป
เจ็บหน้าอก
แน่นหน้าอก หรือรู้สึกหนัก ๆ ที่หน้าอก ปวดร้าวไปที่แขน คอ กราม หลัง หรือท้อง
หายใจลำบากหรือหายใจถี่ เหงื่อออกมาก โดยเฉพาะเหงื่อเย็น คลื่นไส้ อาเจียน
วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด อ่อนเพลียผิดปกติอาการฉุกเฉินที่ต้องพบแพทย์ทันที
การป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เลิกสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ จัดการความเครียดอย่างเหมาะสม
การปรับเปลี่ยนอาหาร ลดอาหารไขมันสูง ลดอาหารเค็ม เพิ่มผักและผลไม้ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การติดตามสุขภาพ ตรวจสุขภาพประจำปี ติดตามค่าความดันโลหิต ตรวจวัดระดับไขมันในเลือด ควบคุมโรคประจำตัวอื่น ๆ
สรุป
โรคหัวใจขาดเลือดเป็นโรคที่ป้องกันได้หากเข้าใจและใส่ใจดูแลสุขภาพอย่างถูกต้อง
การรู้จักสังเกตอาการผิดปกติและรีบพบแพทย์เมื่อมีสัญญาณเตือน
จะช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและวิถีชีวิตเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรเริ่มตั้งแต่วันนี้ การดูแลสุขภาพหัวใจไม่ใช่เรื่องยาก
เพียงใส่ใจในการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย และการพักผ่อน
พร้อมทั้งตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้ห่างไกลจากโรคหัวใจขาดเลือดได้

